Remote work คืออะไร?
ประโยชน์ของ Remote work ฝั่งพนักงาน
-
ประหยัดเวลาในการเดินทาง : คนกรุงเทพเสียเวลาไปกับการเดินทางไปกลับเฉลี่ย 2 ชั่วโมงต่อวัน หรือประมาณ 40 ชั่วโมงต่อเดือน หากเราทำงานที่บ้านก็จะได้เวลานี้คืนมา ซึ่ง 40 ชั่วโมงนี่เอาไปทำอะไรได้อีกเยอะเลย -
ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง : เมื่อมีการเดินทางก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมันรถยนต์ส่วนตัว รถเมล์ วินมอเตอร์ไซค์ หรือรถไฟฟ้า ทั้งหมดล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเดินทางไปทำงานทุกวัน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 พันบาทต่อเดือน ทั้งนี้ก็ต้องระวังเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการทำงานที่บ้านด้วย เช่น ค่าไฟ ค่าแอร์ -
เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน : เนื่องจากบางออฟฟิศมีสิ่งรบกวนหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น หัวหน้าตามงาน เพื่อร่วมงานชวนเม้ามอย หิวชานม และอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถโฟกัสในการทำงานได้ การทำงานที่บ้าน หากมีการเตรียมการสภาพแวดล้อมที่ดี ก็จะสามารถช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น -
ลดความเสี่ยง : ในบางกรณีการทำงานระยะไกลสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการระบาดของโรคติดเชื้อ เช่น การระบาดของไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) โดยลดการสัมผัสภายนอกสถานที่ -
เพิ่ม work-life balance : เนื่องจากมีเวลามากขึ้น การทำงานระยะไกลสามารถช่วยให้คนสามารถบริหารจัดการชีวิตส่วนตัวและการทำงานให้มีความสมดุลกันได้มากขึ้น -
โอกาสในการทำงานต่างประเทศ : เนื่องจากการทำงานทั้งหมดทำผ่านอินเตอร์เน็ต เราสามารถสมัครและทำงานกับบริษัทต่างประเทศที่อนุญาตให้เราทำงานจากประเทศไทยได้ ทำให้มีโอกาสได้ฐานเงินเดือนที่สูงกขึ้นด้วย
ประโยชน์ของ Remote work ฝั่งบริษัท
-
ประหยัดค่าเช่าสำนักงาน : ค่าเช่าสำนักงานถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ปัจจุบันหลายบริษัทที่ทำงานแบบ Remote เลือกที่จะเช่าแค่ห้องประชุมเป็นครั้งคราว ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มาก ซึ่งการลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางอื่น เช่น สามารถให้ค่าจ้างพนักงานได้มากขึ้น มีสวัสดิการที่ดีขึ้น และอื่นๆ -
เข้าถึงพนักงานคุณภาพได้กว้างขึ้น : สถานที่ทำงานถือเป็นเกณฑ์แรกๆในการเลือกบริษัทสำหรับพนักงานหลายคน ทำให้บางครั้งที่พนักงานมีความสามารถอยากทำงานกับบริษัท แต่ติดเรื่องของการเดินทางทำให้ไม่สามารถร่วมงานได้ แต่เมื่อพนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้ ทำให้บริษัทสามารถสรรหาพนักงานคุณภาพได้กว้างขึ้น ไม่ใช่แค่พนักงานที่พักใกล้สำนักงานเท่านั้น -
สร้างวัฒนธรรมในการสื่อสาร : หากอยู่ในออฟฟิศ เราสามารถเดินไปหาคนที่ต้องการจะคุยงานด้วยที่โต๊ะ แต่พอเป็น Remote เราไม่สามารถทำแบบนั้นได้ จึงเป็นการบังคับให้องค์การสร้างวัฒนธรรมในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการนัดเวลาคุยงานที่ชัดเจนขึ้น เรื่องที่คุยจัดเจนขึ้น และลดเวลาในการสื่อสารซ้ำซ้อน -
สร้างมาตรฐานในการวัดผล : เนื่องจากการทำงานแบบ Remote ส่วนใหญ่จะไม่เห็นหน้ากัน เราจะไม่รู้ว่าพนักงานกำลังทำงานอะไร ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการบังคับให้บริษัทต้องวางเกณฑ์การวัดประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานที่ชัดเจน
ความท้าทายในการทำงานแบบ Remote work
เคล็ดลับความสำเร็จในการทำงานแบบ Remote work
สำหรับพนักงาน
-
เตรียมพื้นที่ทำงาน : เตรียมอุปกรณ์ต่างๆไว้ล่วงหน้า เช่น คอมพิวเตอร์ จอ คีบอร์ด อินเทอร์เน็ต หูฟัง ไมค์ โต๊ะ เก้าอี้ พัดลม จัดโต๊ะทำงานให้พร้อมสำหรับการทำงานให้มากที่สุด จัดที่ทำงาานให้อยู่ไกลจากสิ่งรบกวนต่างๆในบ้าน เช่น ทีวี เตียง ถ้าให้ดีก็ควรแยกห้องทำงานหรือจัดมุมทงานแยกออกมา -
สื่อสารกับเพื่อร่วมงาน : การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานระยะไกล เนื่องจากเราไม่ได้อยู่ในสถานที่เดียวกัน การใช้เครื่องมือสื่อสารออนไลน์อย่างเช่น แชทหรือการประชุมทางออนไลน์ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ -
จัดเวลาพัก : จัดให้มีเวลาพักเหมือนกับตอนที่ทำงานในออฟฟิศ เช่น พักกลางวัน พักดื่มน้ำ หรือออกกำลังกายสั้นๆ -
รักษาสมดุลการทำงาน : การรักษาความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันความเครียดสะสม ควรมีการกำหนดเวลาให้เพียงพอสำหรับการพักผ่อนและกิจกรรมที่ทำให้ร่าเริงในชีวิตประจำวันด้วย
สำหรับบริษัท
-
ทดลองแบบ Hybrid: หากบริษัทไม่เคยให้พนักงานลองทำงานที่บ้าน ควรเริ่มจากการทำลองงานก่อน โดยอาจเริ่มจากทำงานที่บ้าน 1 วัน เข้าออฟฟิศ 4 วัน แล้วค่อยๆลดจำนวนวันที่เข้าออฟฟิศลง แบบนี้จะทำให้ทั้งองค์กรและพนักงานปรับตัวเข้ากับการทำงานแบบใหม่ได้ง่ายขึ้น -
ตั้งเกณฑ์การวัดผลงาน : หลายบริษัทใช้วิธีวัดผลจากการสังเกต ทำให้การวัดผลงานคลาดเคลื่อนได้ง่ายมาก เช่น หัวหน้าบางคนอาจมองว่าคนที่เลิกงานช้าเป็นคนขยัน แต่จริงๆแล้วอาจเกิดจากการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพก็ได้ เมื่อปรับมาทำงานที่บ้าน เราจะไม่สามารถสังเกตการทำงานของพนักงานได้ จึงต้องตั้งเกณฑ์การวัดผลงานที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น วัดเป็นจำนวนชิ้นงาน ยอดขาย และอื่นๆที่จับต้องได้ -
กำหนดเวลาการทำงาน : การกำหนดเวลาเข้างานและเลิกงานที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะบริษัทที่พึ่งจะเริ่มสร้างวัฒนธรรมแบบ Remote จัดการประชุมแบบ check-in เช่น ประชุมสั้นๆ ก่อนเริ่มและเลิกงาน -
ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม : การใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ในการทำงานระยะไกล เช่น การใช้งานโปรแกรมสำหรับการประชุมทางออนไลน์ การใช้งานเครื่องมือสำหรับการจัดการงานร่วมกัน เป็นต้น
สรุป