ปัจจุบัน Work From Home หรือ WFH คือรูปแบบการทำงานที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะหลังวิกฤตโควิด-19 ที่เร่งให้เกิดการปรับตัวทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว สำหรับใครที่กำลังมองหา งานออนไลน์ หรือองค์กรที่ใช้รูปแบบ WFH เป็นหลัก การทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงข้อดี ข้อจำกัด และเทคนิคการทำงานที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ
บทความนี้ทาง Telepath ได้รวบรวมทุกข้อมูลที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการ WFH มาฝาก เพื่อช่วยให้คุณทำงานจากที่บ้านได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิผลสูงสุด มาดูกันว่า WFH คืออะไร มีข้อดีและข้อจำกัดอย่างไร? ตลอดจนแนะนำแนวทางการทำงานที่บ้านให้มีประสิทธิภาพ หาคำตอบได้ในบทความนี้เลยครับ
ทำความรู้จัก WFH คืออะไร?
Work From Home หรือที่เรียกย่อว่า WFH คือรูปแบบการทำงานที่บุคลากรสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้จากที่บ้านหรือสถานที่อื่น ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปยังออฟฟิศหรือที่ทำงานหลัก การทำงานที่บ้านอาศัยการใช้เทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงพนักงานเข้าด้วยกัน ซึ่งรวมถึงเครื่องมือสื่อสาร ระบบอินเทอร์เน็ต และการจัดเก็บ รวมถึงการส่งต่องานผ่านระบบคลาวด์
การทำงานแบบ Work from Home คือกระแสหลักและถูกนำมาใช้จริงจังทั่วโลกอย่างรวดเร็วเมื่อปี 2020 เนื่องจากทั่วโลกเผชิญกับวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้หลายประเทศต้องประกาศมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้องค์กรต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องนำมาตรการ WFH มาใช้ ปัจจุบัน ในบางองค์กรก็นำรูปแบบการเวิร์คฟอร์มโฮมมาใช้เป็นการทำงานหลักแทนการเข้าออฟฟิศ
สำหรับคนที่กำลังมองหางานที่สามารถทำแบบ Work From Home ได้ ทาง Telepath เราเป็นเว็บหางานที่ได้รวบรวมเอางานรูปแบบรีโมทมาไว้ให้แล้วครับ คุณสามารถหางานที่ใช่ จากสายงานที่คุณต้องการได้เลย ที่นี่ : เว็บหางาน
ข้อดี-ข้อจำกัดของการ WFH มีอะไรบ้าง?
หลังจากได้ทำความเข้าใจกันไปแล้วว่า WFH คืออะไร เรามาดูกันดีกว่าครับ ว่าการทำงานอยู่บ้านมีข้อดี หรือข้อจำกัดอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นข้อประกอบการตัดสินใจสำหรับคนที่กำลังหางาน Work From Home หรือองค์กรที่กำลังปรับตัวเข้าสู่การทำงานแบบ WFH
ข้อดี
ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย : ช่วยให้พนักงานลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวัน
เพิ่มความสุขและสมดุลชีวิต : พนักงานมีความสุขมากขึ้น มีเวลาส่วนตัว และความยืดหยุ่นในการจัดการชีวิตมากขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน : พนักงานบางคนสามารถมีสมาธิกับงานได้มากขึ้น ซึ่งช่วยส่งผลให้ Productivity เพิ่มขึ้น
ลดอัตราการลางาน : ช่วยลดทั้งอัตราการลาป่วย (โดยเฉพาะจากอาการที่ไม่พร้อมเดินทาง) และอัตราการลาออกของพนักงาน
ขยายโอกาสการจ้างงาน : การวางนโยบาย Work From Home ที่ชัดเจน ทำให้บริษัทสามารถสรรหาและจ้างบุคลากรที่มีความสามารถสูงได้จากทั่วทุกที่ โดยเฉพาะในตลาดงานออนไลน์ ซึ่งทำให้ไม่มีข้อจำกัดทางระยะทางในการทำงาน
ข้อจำกัด
สิ่งรบกวนและสถานที่ทำงานไม่พร้อม : พนักงานอาจเผชิญกับสิ่งรบกวนต่าง ๆ ในบ้าน และมีสถานที่ทำงานที่ไม่เหมาะสม
การทำงานเกินเวลาและความเครียด : เส้นแบ่งระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวหายไป ทำให้พนักงานที่ทำงานในรูปแบบงานออนไลน์ หรือ WFH อาจทำงานมากเกินไปและเกิดความเครียดสะสมได้
ประสิทธิภาพงานที่ลดลง : Productivity โดยรวมของบริษัทอาจลดลง หากไม่มีการวางระบบ การควบคุม หรือนโยบายที่รัดกุมในการกำกับดูแลและสนับสนุนการทำงานที่บ้านได้ดีพอ
รวม 8 วิธีทำงานแบบ WFH อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
การทำงานแบบ Work From Home อาจมีข้อจำกัดบางประการที่ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงได้ ทาง Telepath จึงได้รวบรวมเอาวิธีการทำงานเวิร์คฟอร์มโฮมให้มีประสิทธิภาพเท่ากับการทำงานที่ออฟฟิศมาไว้ให้แล้วครับ
1. เตรียมอุปกรณ์การทำงานให้ครบครัน
เพื่อให้การทำงานที่บ้านเป็นไปอย่างราบรื่น คุณควรลงทุนในอุปกรณ์ที่จำเป็น ซึ่งบางบริษัทอาจมีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนนี้ด้วย อุปกรณ์สำคัญที่ต้องมีคือ โต๊ะทำงานและเก้าอี้ที่เหมาะสม เพื่อรองรับสุขภาพในการนั่งทำงานเป็นเวลานาน รวมถึงหูฟังตัดเสียงรบกวนเพื่อช่วยเพิ่มสมาธิ และที่ขาดไม่ได้คืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงพร้อม Wi-Fi ที่เสถียร เพื่อให้การเชื่อมต่อและสื่อสารงานออนไลน์เป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด
2. สื่อสารกับเพื่อนร่วมงานเป็นประจำ
การทำงานที่บ้านทำให้คุณรู้สึกเหมือนทำงานอยู่คนเดียว การเลือกใช้เครื่องมือสื่อสารและแอปพลิเคชันสำหรับการทำงานร่วมกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากครับ ควรใช้โปรแกรมแชท (เช่น Slack, Skype) และโปรแกรมประชุมวิดีโอ (เช่น Zoom) เพื่อประสานงานกับทีม นอกจากนี้ยังควรทำงานให้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่กำหนด และหลีกเลี่ยงการส่งงานหรืออีเมลในช่วงเวลาดึกดื่น หากงานไม่เร่งด่วน การส่งในตอนเช้าของวันถัดไปจะเหมาะสมกว่า
3. มุ่งมั่นทำงานให้เท่าการทำงานที่ออฟฟิศ
หลักการสำคัญที่สุดของการ WFH คือการมีสมาธิ และความมุ่งมั่นในการทำงาน เหมือนกับว่าคุณกำลังนั่งอยู่ในออฟฟิศจริง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่างานจะเดินหน้าอย่างราบรื่น คุณต้องเรียนรู้ที่จะละเลยเรื่องอื่น ๆ ภายในบ้านไปก่อนในช่วงเวลาทำงาน การให้ความสำคัญกับหน้าที่เป็นอันดับแรกจะช่วยป้องกันไม่ให้การทำงานที่บ้านกลายเป็นการพักผ่อนส่วนตัว
4. แบ่งเวลาพัก อย่าหักโหมงานจนเกินไป
การเวิร์คฟอร์มโฮมอาจทำให้เส้นแบ่งเวลางานกับเวลาส่วนตัวเลือนหายไป เพราะหัวหน้างานสามารถติดต่อคุณได้ตลอดเวลาผ่านทางออนไลน์หรือสมาร์ทโฟน ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการจัดสรรเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนให้ชัดเจน คุณควรหาโอกาสผ่อนคลายอิริยาบถด้วยการลุกออกจากหน้าจอ เช่น เดินเล่น ชงกาแฟ หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง
5. สร้างมุมทำงานภายในบ้าง แบ่งสัดส่วนชัดเจน
คุณไม่จำเป็นต้องสร้างพื้นที่ทำงานให้เหมือนออฟฟิศแบบ 100% ก็ได้ครับ แต่เราแนะนำว่าควรกำหนดพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งให้เป็น "มุมทำงาน" เพื่อช่วยสร้างสมาธิ เช่น การเลือกใช้โต๊ะทำงานในห้องรับแขก หรือแม้แต่นั่งทำงานในห้องครัวก็ได้ ขอเพียงเป็นจุดที่คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด การมีพื้นที่ทำงานที่แยกจากพื้นที่พักผ่อนชัดเจนจะช่วย ส่งสัญญาณให้สมองเข้าสู่โหมดการทำงาน ลดอาการฟุ้งซ่าน แม้ว่าคุณจะเลือกทำงานบนโซฟา ก็ต้องแน่ใจว่าคุณจะไม่วอกแวกไปกับสิ่งบันเทิงอื่น ๆ จนเกินไป
6. อย่าลืมพักร่างกายและสายตา
การนั่งทำงานเป็นเวลานานที่บ้านมักนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพ เช่น อาการปวดหลัง ปวดคอ หรือสายตาล้า เพราะเก้าอี้ที่ไม่ถูกหลักสรีรศาสตร์ หรือแสงสว่างไม่เพียงพอในการทำงาน เพื่อถนอมสายตาและสุขภาพ ควรลองใช้กฎ 20-20-20 นั่นก็คือในทุก ๆ 20 นาที ให้ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วมองไปยังจุดที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร) เป็นเวลา 20 วินาที การยืดเหยียดร่างกายอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันอาการปวดเมื่อย
7. ตัดสิ่งเร้ารบกวนให้ได้มากที่สุด
สำหรับผู้ที่มีลูกเล็กหรือสมาชิกในครอบครัวอยู่ด้วย การรับมือกับสิ่งรบกวนจากภายในบ้านถือเป็นความท้าทายที่สำคัญในการทำงานที่บ้าน หากไม่มีห้องทำงานส่วนตัว โอกาสที่จะถูกรบกวนมีสูง คุณอาจต้องใช้หูฟังเพื่อช่วยตัดเสียงรบกวนขณะทำงาน และควรจัดตารางเวลาให้ชัดเจนเพื่อสื่อสารกับครอบครัวเพื่อขอเวลาส่วนตัวในการทำงาน หากคุณมีการประชุมที่สำคัญ ควรหาทางปลีกตัวออกจากสิ่งรบกวนขณะเข้าประชุม
8. แต่งตัวตามสบาย ให้เหมือนอยู่บ้าน
หนึ่งในข้อดีของการ WFH คือคุณสามารถแต่งตัวตามสบายได้เลย ซึ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและทำงานได้สะดวกมากขึ้น การลดขั้นตอนการเตรียมตัว เช่น การแต่งหน้าทำผมในตอนเช้า หากคุณมีการประชุมแบบ VDO Conference คุณอาจต้องใส่ใจเรื่องการแต่งกายให้เหมาะสมเล็กน้อย แต่บางครั้ง การลองแต่งตัวเหมือนไปทำงานจริงก็อาจเป็นแรงกระตุ้น และเปลี่ยนบรรยากาศให้รู้สึกมีพลังเหมือนอยู่บริษัทได้เช่นกัน
WFH คือการทำงานที่บ้าน วางแผนการทำงานให้ดี เพิ่มประสิทธิภาพงานได้
Work From Home หรือ WFH คือรูปแบบการทำงานที่มีข้อดีโดดเด่นเรื่องความยืดหยุ่นและลดค่าใช้จ่าย แต่ก็มีความท้าทายเรื่องสมาธิและการแบ่งเวลางานกับชีวิตส่วนตัว หากต้องการทำงานออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเตรียมพร้อมทั้งอุปกรณ์ การจัดสรรพื้นที่ และวินัยส่วนตัว รวมถึงการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานอย่างสม่ำเสมอ
หากคุณกำลังมองหาการทำงานออนไลน์ หรือการทำงานแบบ Work From Home ลองใช้ Telepath เราเป็นแพลตฟอร์มที่รวมงานออนไลน์และบริษัทที่เปิดรับการทำงานแบบรีโมท กับบริษัทชั้นนำกว่า 1,200 แห่ง ทำให้คุณสามารถกรองงาน สมัครงาน และค้นพบโอกาสทางอาชีพในฝันได้อย่างมั่นใจครับ